27 มกราคม 2552

พาณิชย์-บีโอไอ-ททท.-เอกชนเกี่ยวก้อยบุกญี่ปุ่นดึงนักลงทุน

จัดทำบทความโดย
นาย ปณิธิ ตรีประทีป
เลขทะเบียน 4901202139

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นหัวหน้าคณะทีมเศรษฐกิจไทยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น วันที่ 4-7 ก.พ.นี้ พร้อมด้วย นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคเอกชน เข้าพบรมว.กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (เมติ) และประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางการค้า การลงทุนทั้ง 2 ประเทศและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น (เจเทป้า) กับข้อตกลงเดียวกันนี้ในกรอบอาเซียนให้มากขึ้น ทั้งนี้ประเด็นด้านการค้าจะเพิ่มช่องทางหารือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นอิออนและจัสโก้ ให้ญี่ปุ่นเข้ามาทำธุรกิจในไทยได้มากขึ้น และให้ไทยส่งสินค้าออกไปจำหน่ายในช่องทางของทั้ง 2 ห้างเพิ่ม นอกจากนี้จะหารือการผลักดันโครงการครัวไทยสู่โลก และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน การขยายความร่วมมือด้านบันเทิง รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอนเทนต์ ขณะที่ภาคเอกชนจะมี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เดินทางไปหารือจับคู่เจรจาการค้า และช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าของประเทศร่วมกัน “ที่เลือกไปญี่ปุ่นเพราะต้องเน้นหัวใจของการค้าการส่งออก ที่ต้องมีความเชื่อมั่นกันก่อน ในส่วนของพาณิชย์ก็จะไปสร้างความเชื่อ มั่นทางการค้าให้เดินหน้าต่อไป แต่เรื่องของการเปิดตลาดเพื่อกระตุ้นการส่งออกปีนี้ ที่บอกว่าจะไปตลาดใหม่ก็ยังมีอยู่ นอกจากนี้หน่วยงานอื่นจะไปหารือเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกหลายทางด้วย ทั้งการท่องเที่ยว การลงทุน” นายราเชนทร์ กล่าวต่อว่ากรมฯยังติดตามแผนการแก้ปัญหาสภาพคล่องผู้ประกอบการผ่านงบประมาณของรัฐจำนวน 10,000 ล้านบาท จากงบที่กำหนดไว้สำหรับให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่มีอยู่แล้ว 50,000 ล้านบาท


ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=189150&NewsType=1&Template=1


**********************************************
คำถามท้ายเรื่อง
1. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจเดินทางไปประเทศใด และพบกับ
2. ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยมีห้างใด
3. เหตุผลที่รัฐบาลเลือกไปประเทศญี่ปุ่นคืออะไร

13 มกราคม 2552

สื่ออังกฤษสำรวจ ชี้ “เที่ยวไทย” คุ้มค่าที่สุด

จัดทำบทความโดย

นายภูริวิธ ศิริเบญจกุล เลขทะเบียน 4901202100

ASTVผู้จัดการออนไลน์ – สื่ออังกฤษ “ซันเดย์ มิร์เรอร์” เผยแพร่ผลวิจัยพบ ประเทศไทยยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับชาวอังกฤษ ดีกว่า แอฟริกาใต้ มาเลเซีย เคนยา และประเทศอื่นๆ ในยุโรป ชี้ค่าครองชีพถูกกว่าไปเที่ยวอิตาลีเกือบครึ่ง
ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ Sunday Mirror และสำนักข่าว Post Office travel services ได้นำเสนอข่าวระบุถึงผลการสำรวจและการวิจัยที่บ่งชี้ว่า ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุดของนักท่องเที่ยวจากเมืองผู้ดี โดยข่าวดังกล่าวระบุว่า แม้วิกฤตเศรษฐกิจโลกจะกระทบสหราชอาณาจักรอย่างหนัก แต่หากชาวอังกฤษต้องการจะเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนให้คุ้มค่าก็ควรลองที่จะเดินทางไกลไปยังจุดหมายอย่างเช่น ประเทศไทย มาเลเซีย แอฟริกาใต้ หรือ เคนยา ดู

ในช่วงที่ผ่านมาเงินปอนด์อังกฤษนั้นอ่อนค่าลงอย่างมาก แต่แม้ว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเงินปอนด์จะด้อยค่าลงถึงร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท แต่ประเทศไทยก็ยังคงถือเป็นจุดหมายท่องเที่ยวต่างแดนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอยู่ โดยค่าใช้จ่ายในการมาเที่ยวเมืองไทยนั้นคิดเป็นแค่ครึ่งเดียวของการเดินทางไปเที่ยวยังอิตาลี ประเทศที่แพงที่สุดในหมู่ประเทศยูโรโซน และ ถูกกว่าการไปเที่ยวสเปนถึงร้อยละ 43 เลยทีเดียว รายงานชิ้นดังกล่าวระบุ

ผู้ทำวิจัยดังกล่าวยังระบุด้วยว่า การจัดอันดับนั้นมาจากการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจาก ราคาอาหารเย็นครบสูตร (3 คอร์ส) ไวน์หนึ่งขวด ครีมกันแดด น้ำแร่ บุหรี่ กาแฟ และ โค้กกระป๋อง ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วพบว่า ในอิตาลีต้องใช้เงินมากถึง 84.58 ปอนด์เพื่อซื้อสินค้าเหล่านี้ ขณะที่ในเมืองไทยใช้เงินเพียง 39.02 ปอนด์ก็ซื้อสินค้าทั้งหมดนี้ได้แล้ว

นายแอนดริว สไปซ์ หนึ่งในคณะผู้ทำวิจัยกล่าวว่า “เมื่อเทียบกับปอนด์อังกฤษแล้ว แม้ว่าค่าเงินบาทไทย ค่าเงินปอนด์อียิปต์ ค่าเงินริงกิตมาเลเซีย จะแข็งขึ้นอีก แต่ค่าครองชีพในประเทศเหล่านี้ก็ยังถือว่าถูกมากอยู่ ดังนั้น เมื่อเทียบกับการไปตามรีสอร์ตยอดนิยมต่างๆ ในยุโรป นักท่องเที่ยวอังกฤษจะพบว่าเงินของเขาคุ้มค่ามากในประเทศเหล่านี้”

ทั้งนี้ จุดหมายท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุด 10 อันดับสำหรับคนอังกฤษจากรายงานดังกล่าวประกอบไปด้วย ไทย (39.02 ปอนด์) แอฟริกาใต้ (45.50 ปอนด์) มาเลเซีย (46.26 ปอนด์) เคนยา (53.06 ปอนด์) สเปน (69.13 ปอนด์) สหรัฐอเมริกา (73.92 ปอนด์) กรีซ (74.63 ปอนด์) ฝรั่งเศส (79.08 ปอนด์) โปรตุเกส (80.97 ปอนด์) อิตาลี (84.58 ปอนด์) เม็กซิโก (102.16 ปอนด์) และ บาร์เบโดส (151.61 ปอนด์)

ที่มา : http://www.khum.net/news-read/1072446


-------------------------------------------------------

คำถามท้ายเรื่อง

1.เพราะเหตุใดนักท่องเที่ยวอังกฤษจึงคิดว่าเงินของเขาคุ้มค่ามากในประเทศไทย ทั้งที่ทราบว่าค่าเงินบาทไทยนั้นจะแข็งค่าขึ้นอีก
2.จากการวิจัยจุดหมายท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุด 3 อันดับแรกสำหรับคนอังกฤษคือประเทศใด
3.ในการวิจัยนั้นผู้วิจัยได้ทำการจัดอันดับประเทศที่คุ้มค่าในการท่องเที่ยวโดยการเปรียบเทียบราคาของสิ่งใดบ้าง