นายกิตติพงษ์ อมรเลิศทรัพย์ เลขทะเบียน 4901202099
เรื่อง...ออเดอร์ภาคอุตสาหกรรมวูบ7แสนล้าน
เผยปี 52 ยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศ ภาคอุตสาหกรรมวูบ 7 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เฟอร์นิเจอร์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ กลุ่มอุตฯ สิ่งทอไทยเนื้อหอม หลังกลุ่มทุนยุโรป อเมริกาแห่ย้ายฐานการผลิตจากจีน- บังกลาเทศ มาไทยเหตุค่าแรง และต้นทุนของทั้งสองประเทศใกล้เคียงไทย
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปี 52 คาดว่ายอดคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากต่างประเทศของภาคอุตสาหกรรมลดลง 15% คิดเป็นมูลค่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเหล็ก เฟอร์นิเจอร์ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เป็นต้น เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จนการบริโภคของประชาชนในประเทศคู่ค้าลดลงตาม ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังผลิตของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันเฉลี่ยลดลงเหลือ 70%
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมได้ทยอยส่งข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มคำสั่งซื้อจากต่างประเทศในปี 52 โดยคาดว่าสิ้นเดือนนี้จะสามารถส่งแบบสอบถามได้ครบ 39 กลุ่มอุตสาหกรรม ล่าสุดมากกว่า 60% ตอบกลับมาออเดอร์ลดเฉลี่ย 10-20% ซึ่งหากภาพรวมลดลงในระดับนี้จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมที่จะลดลงไปพอสมควรจากที่ปี 51 คาดว่าการส่งออกรวมทั้งหมดน่าจะอยู่ระดับ 1.7-1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งว่าผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทำให้ความต้องการเหล็กลดลงทั่วโลก ราคาเหล็กจึงปรับลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายที่มีสต็อกมากจะเสียหายจากราคาเหล็กที่ลดลงอย่างรุนแรง เพราะส่วนใหญ่จะมีสต็อกเหล็กเดิมที่มีราคาสูง โดยเหล็กเส้นที่เคยมีราคาขายกว่า 30 บาทต่อกิโลกรัมลดลงเหลือประมาณ 17 บาทต่อกิโลกรัม โดยประเมินเบื้องต้นทั้งกระบวนการอุตสาหกรรมเหล็กที่ได้สต็อกไว้มีความเสียหายแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท จากปริมาณความต้องการใช้เหล็กในประเทศ ประมาณ 6-7 ล้านตันต่อปี โดยระดับความเสียหายจะมากน้อยต่างกันตามสตอกเหล็กแต่ละโรงงาน
ด้านนายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มต่างชาติจากยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ เตรียมย้ายฐานการผลิตจากจีนและบังกลาเทศมาไทย เนื่องจากค่าแรงและต้นทุนการผลิตของทั้งสองประเทศปรับเพิ่มในอัตราใกล้เคียงกับไทย ดังนั้นกลุ่มอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งเพิ่มบุคลากรในการรองรับกับการขยายตัว เพราะปัจจุบันมีแรงงานเพียง 1.06 ล้านคน ซึ่งยังขาดแคลนอีก 1 แสนตำแหน่ง โดยเครื่องนุ่งห่มต้องการมากสุด 2-3 หมื่นคน
“โรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯมี 4,500 แห่งโดย 10% เป็นนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาซื้อกิจการของคนไทยที่กำลังปิดกิจการหรือประสบปัญหาการเงินเพราะจะง่ายกว่าการมาตั้งโรงงานเอง ขณะเดียวกันเชื่อว่าแรงงานกลุ่มนี้จะไม่ตกงานแน่นอนเห็นได้จากช่วงวิกฤติปี 40 ที่โรงงานหลายแห่งต่างรักษาแรงงานกึ่งฝีมือไว้เพราะหายาก แต่อาจใช้วิธีตกลงเจรจากัน เช่น ลดเวลาทำงาน หรือให้เอางานกลับไปทำที่บ้านได้”
******************************
คำถามท้ายเรื่อง
- สาเหตุของภาคอุตสาหกรรมส่งออกโดยรวมที่มียอดคำสั่งซื้อลดลง?
- นักลงทุนกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มต่างชาติได้ เตรียมย้ายฐานการผลิตจากจีนและบังกลาเทศมาไทย เพราะอะไร
- ทำไมนักลงทุนต่างชาติจึงเข้ามาซื้อกิจการในประเทศไทยที่กำลังปิดกิจการหรือมีปัญหาด้านการเงิน?
5 ความคิดเห็น:
1.เพราะปัญหาเศรษฐกิจโลกเกิดการชะลอตัวลง จึงทำให้การบริโภคในประเทศคู่ค้ามีความต้องการที่ลดลง
2.ค่าแรงงานและต้นทุนของไทยที่มีความใกล้เคียงกับประเทศจีนและบังกลาเทศ
3.เพราะมีความง่ายกว่าที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาตั้งโรงงานเอง อีกทั้งแรงงานยังมีความสามารถที่พร้อมจะทำงานได้เลย ไม่จำเป็นต้องฝึกอบรมพนักงานใหม่อีก
นายพงษ์พิพัฒน์ สารพัฒน์
4901202105
1. เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จนการบริโภคของคนลดน้อยลง จึงส่งผลให้อัตรการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมลดลงด้วย และผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย จึงทำให้ความต้องการลดลงทั่วโลกนั่นเอง
2. เพราะค่าแรงและต้นทุนการผลิตของไทยมีความใกล้เคียงกับจีนและบังกลาเทศ
3.เพราะ การที่นักลงทุนเข้ามาซื้อกิจการของไทยนั้น ง่ายกว่าการมาตั้งโรงงานเอง และมีแรงงานรองรับ
นางสาว ธนัชชา บุญมา
4901202061
1. ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ท่ามกลางสภาวะที่โลกเผชิญวิกฤติอย่างหนักหน่วง สถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนจะยิ่งฉุดรั้งโอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบต่อปัจจัยความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภค นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ซึ่งการลงทุนจากต่างประเทศและการท่องเที่ยวของต่างชาติก็มีแนวโน้มถูกกระทบจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคประเทศต่าง ๆ รวมทั้งปัญหาสภาพคล่องในระบบการเงินโลกที่ตึงตัว ทำให้ผู้บริโภคไม่เชื่อมั่นกับวิกฤตการเงินโลก ส่งผลให้ไม่กล้าใช้เงิน เป็นผลให้ยอดคำสั่งซื้อลดลง
สำหรับประเทศไทย วิกฤตทางการเงินส่งผลกระทบต่อประเทศค่อนข้างจะแรง เพราะทำให้การท่องเที่ยวลดลงมาก เพราะฉะนั้นสองส่วนคือ การท่องเที่ยวลดลง ความต้องการสินค้าไทยลดลง จึงส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยด้วย
2. เนื่องจากปัญหาการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตจีน อันเกิดจากปัจจัยด้านต้นทุนทางการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
โดยต้นทุนในการผลิตในประเทศจีนที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน โดยปัจจัยหลักๆ ประกอบไปด้วย
- ต้นทุนด้านพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนด้านแรงงาน ต้นทุน ด้านสิ่งแวดล้อม
- ผลจากการประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ความเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม
- การยกเลิกระยะเวลาเว้นภาษีธุรกิจต่างด้าว ทำให้ธุรกิจหลายพันแห่งในเขตชายฝั่งตอนใต้ของจีนไม่สามารถแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ต้องปิดโรงงานและย้ายฐานการผลิตไปยังแหล่งอื่น
- การแข็งค่าขึ้นของเงินหยวน
“ปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้บริษัทข้ามชาติต่างเริ่มเบนหน้าหนีจากจีน โดยเฉพาะเมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากปัญหาเรื่องราคาค่าแรงในจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในปัจจุบันในเอเชียมีประมาณ 7 ประเทศผู้ส่งออกที่มีต้นทุนทางแรงงานที่ต่ำกว่าจีน อย่างเช่น เวียดนาม ปากีสถาน กัมพูชา บังกลาเทศ อีกทั้งไทยก็ยังเป็นประเทศที่มีค่าแรงต่ำ พร้อมทั้งมีแรงงานที่มีฝีมือ จึงทำให้แข็งขันกับจีนในเรื่องนี้ได้
3. เนื่องจากการซื้อกิจการในประเทศไทยที่กำลังจะปิดกิจการหรือมีปัญหานั้น เป็นวิธีการที่ง่ายกว่าการมาตั้งโรงงานเอง เนื่องจากไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องมือ เครื่องจักร อีกทั้งมีโรงงาน และแรงงานอยู่แล้ว เพียงแค่เข้าไปบริหารจัดการใหม่เท่านั้นเอง
หรืออาจจะเป็นช่องทางการลงทุนทางตรงต่างประเทศสุทธิ โดยต้องการที่จะซื้อเงินบาทจึงทำให้ต่างชาติต้องการมาลงทุนสร้างโรงงานหรือซื้อกิจการในประเทศไทย
ยกตัวอย่าง จากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จะเห็นได้ว่านักธุรกิจสิงคโปร์ได้เข้ามาเลือกซื้อกิจการในประเทศไทยนับตั้งแต่ธนาคารบริษัทต่าง ๆ ไปแล้วมากมาย ด้วยราคาที่ถูกอีกด้วย
นาย อมร ทรงพัมนาศิลป์
4901202121
แสดงความคิดเห็น